Naga: belief and Faith

นาคพญานาคพญานาคราช: ความเชื่อและความศรัทธา (Naga: belief and Faith)

หลายคนยังไม่เข้าใจว่าความเชื่อและความศรัทธาคืออะไร ในระดับปรัชญาและศาสนาเข้าใจกันอย่างดีว่า ศรัทธาประกอบด้วยความเชื่อและการปฏิบัติตามความเชื่อนั้นด้วยใจผูกพัน หากไม่ทำก็จะรู้สึกผิด แต่ความเชื่อในเรื่องนั้นๆ ถือเป็นเรื่องของกระบวนทรรศน์ ทัศนคติ เหตุผลและอารมณ์ของแต่ละคนที่จะเชื่อในแนวคิด หลักการบางอย่าง โดยไม่มีถูกหรือผิด มีเพียงแค่ชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น

แล้วความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับในมนุษย์คืออะไร เรามาอธิบายง่ายๆ บนฐานอุดมคตินิยม (idealism) ซึ่งเชื่อว่ามี “สิ่งที่อยู่เบื้องหลังสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ สิ่งนั้นเป็นอะไรที่สูงส่ง” เช่น จิต เทพเจ้า วิญญาณ ซึ่งมนุษย์ไม่อาจรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสปกติ สำหรับผู้ที่เชื่อแต่โลกกายภาพ (โลกธรรมชาติ) ก็จะปฏิเสธความเชื่อนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่มนุษย์ในโลกนี้ทุกอารยธรรมต่างเชื่อในฐานอุดมคตินี้และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น และเราทุกวันนี้ก็สืบทอดมา จึงไม่ใช่เป็นเพียงความงมงาย เพราะ “ความงมงายคือ การไม่รู้และไม่คิดจะรู้

อันที่จริงโลกนี้มีสิ่งลี้ลับมากมายทั้งที่มองเห็นได้และไม่เห็น  การที่เราจะเห็นสิ่งใดๆ ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เกี่ยวพันกัน  อธิบายง่ายๆ  ว่าโลกนี้มีคนมากมาย  คนที่เราเจอมีนิสัยแตกต่างกันจนบางครั้งแทบจะเหลือเชื่อว่ามีคนเลวขนาดนี้ด้วยเหรอ  แต่พอเราไปเล่าให้อีกคนฟังเค้ากลับบอกว่า  ไม่มีหรอกใครมันจะเลวได้ขนาดนั้น  อ่ะแบบนี้ไว้ไปเจอเองแล้วกันจะได้รู้  พอคนนั้นไปโดนมาเองมันถึงแจ้นมาบอกว่า  เออๆๆ กุโดนมาละแม่งจริงวะ…แบบนี้คนที่เห็นที่เจอมาก่อนก็จะบอกได้แค่ว่า  ก็บอกแล้วว่ามันจริงไม่เชื่อเอง  ซึ่งกรณีแบบนี้มีให้เห็นมากมาย

มิติต่างๆ ล้วนเชื่อมถึงกันในลักษณะของการประสานเสริมให้สมดุลอยู่เสมอ

ส่วนมากของมนุษย์ในโลกแห่งนี้ล้วนอยู่ลำบากมากกว่าร่ำรวยมั่งคั่งสุขสบาย  ส่วนใหญ่ก็มองโลกในแง่ร้ายมากกว่าในแง่ดี  มีกิเลสอันมากมายเป็นตัวขับเคลื่อนสังคมมาทุกยุคทุกสมัย  และในแต่ละยุคก็จะมีผู้มาปลดพันธนาการแห่งกิเลสนั้นออกไปบ้างในช่วงต่างๆ  แต่กระนั้น  คนก็ยังพัฒนากิเลสของตนไปเรื่อยๆ  ตามเดิม  เพราะเป็นความปกติของมนุษย์ เมื่อเรายอมรับในมิติอื่น  เราก็ย่อมเปิดกว้างขึ้นในมุมมองต่างๆ  ที่เราเห็นมากมายในสังคม  การกราบไหว้บูชาสิ่งต่างๆ นาๆ  มีมาแต่บรรพกาลนานกว่าสมัยพุทธกาลเสียด้วยซ้ำ  แต่เมื่อเราเข้าใจธรรมแล้วสิ่งเหล่านี้จะมีบทบาทที่เปลี่ยนไปกับเรา  แต่ไม่ใช่ไม่มีอยู่  เพราะถ้าจะบอกว่าไม่มีอยู่ในอดีตที่เค้านับถือบูชามานั้นมัน  คือ  อะไร

สิ่งสำคัญในยุคนี้ที่เป็นพื้นที่เปิดสำหรับความสร้างสรรค์ใหม่ ทำอย่างไรให้คนที่หลงงมงายได้ตื่นขึ้นจากควาไม่รู้ จากการกราบไหว้อย่างงมงาย  กลายเป็นความเข้าใจ  เรียนรู้อย่างเปิดกว้าง ศรัทธาจึงเกิด  ประวัติศาสตร์มักเขียนมุมเดียว  คือ  มุมที่ฝั่งตนเองดูดี  แม้ตำนานเทพในหลายๆ  ตำนานก็ต่างกัน

สิ่งลี้ลับก็เช่นกัน  บางคนเจอ  บางคนไม่เจอ  บางคนเกี่ยวพันกัน  บางคนไม่เกี่ยวเลย  จะให้เห็นตามกันหรือเข้าใจตามกันมันไม่ได้  อย่างกรณีพญานาคเป็นมิติทับซ้อนที่ใกล้กับมนุษย์มีถิ่นอาศัยในแถบเอเชียอาคเนย์ ความเชื่อด้านพญานาคจึงเป็นตำนานในโซนนี้  ในอีกซีกโลกจึงไม่มีให้เห็น ส่วนถิ่นอื่นอาจจะมีแต่น้อยจึงไม่ปรากฎเป็นตำนาน หรือบางพื้นที่อาจเรียกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคก็เป็นได้ คิดง่ายๆ  ไม่ซับซ้อน สิ่งมีชีวิตในแต่ละภูมิภาคย่อมมีลักษณะและความชอบในถิ่นที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน  พญานาคก็เช่นเดียวกัน ซึ่งพญานาคก็มีระดับมีวงศ์ที่แตกต่างกันออกไป  ตามแต่ละตำนาน  และแท้จริงแล้วความเกี่ยวพันกับมนุษย์นั้น มันเป็นแง่มุมไหนกันแน่  แค่มาให้งมงาย  ช่วยให้รวย  หรือขอหวยแล้วแม่น

อย่างที่เราจะเห็นว่าในแถบเมืองไทย  จะมีเรื่องราวของมณีใต้  เพชรพญานาค  แก้ว 7  สี  มณี  7  แสง ตามแต่จะเรียกกันไปในภูมิภาคนั้นๆ  เหล่านี้มาจากหลักการต้นกำเนิดของพญานาคที่มีหลายตระกูลนั้นเอง

และที่คนสงสัย  คือ  มันคือของจริงหรือของปลอมเอามาหลอกขาย  ทิ้งของไว้สักพักลงไปงมขึ้นมา  ทำพิธีขึ้นมาให้ดูขลัง  เล่นกลคว้ามาจากอากาศบ้างนั่งจับตาดูระยะประชิดก็แล้ว  ทำไมมันมองไม่ทัน  คายออกมาจากปากบ้าง เอ๊ะ…ลงทุนแอบใส่ปากอมไว้ตอนไหน  เอาอะไรมาห่อมาหุ้มแล้วเอาไปยัดไว้ตามที่น้ำไหลในถ้ำดูเข้มขลัง  หามาได้แล้วมาทุบๆ  มีแก้วอะไรไม่รู้ออกมาแล้ว…ถ้าทำสิ่งลี้ลับเหล่านี้ปลอม  ลวงคนให้เชื่องมงาย  หากินบนความทุกข์ของคนทั้งหลายจะเกิดอะไรเหรอ  ก็เหมือนกันกับระบบลิขสิทธิ์ นั่นคือ เจ้าของลิขสิทธิก็จับและจัดการตามสมควรแก่เหตุ  แต่ต่างกันที่ลิขสิทธิ์แนวนี้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่  ไม่เลือกว่าคนนั้นจะยิ่งใหญ่แค่ไหน  และไม่ค่อยมีแจ้งเตือน  จะมาก็มาเลย ระวังกันให้ดีๆ ผลกรรมนี้ทำให้หมดตัว หมดชีวิต หมดทุกสิ่ง ไปทำอะไรไม่ขึ้นก็มีมาก…อันนี้ก็แล้วแต่เจตนาและเป็นกรณีๆ  ไป….อีกทั้งมนุษย์ที่งมงายที่พากันอ้างความเกี่ยวพันของตนในวงศ์นั้นวงศ์นี้แล้วเอามาข่มกันเอง  อันนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับมิติใดเลย  และในตำนานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคัมภีปุราณะ  หรือคัมภีร์พระเวท  ก็มีการตัดส่วนปรับเรื่องไปให้วิจิตรตามที่มนุษย์ต้องการจะได้ยินได้ฟังและรับได้ในส่วนของของตน  แต่ทั้งหมดก็เพียงเพื่อให้ยอมรับในระบบต่างมิติที่มีอยู่ในจักรวาลนี้เท่านั้นเอง มิใช่ความเป็นจริง เป็นแต่เพียงความจริงชั่วขณะ การรู้และเข้าใจเช่นนี้จะทำให้มนุษย์เข้าใจอย่างลึกซึ้งและเกิดความเชื่อที่ถูกต้อง นำไปสู่ศรัทธาที่ดีงามCr. http://olandiary.com 

One thought on “Naga: belief and Faith

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s