ขนบธรรมเนียมปฏิบัติในงานพระบรมศพที่ยกเลิกไปแล้ว

พระราชพิธีพระบรมศพของพระมหากษัตริย์นั้นถือขนบธรรมเนียมโบราณสืบเนื่องมากจากราชสำนักกรุงศรีอยุธยา  มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกหรืออาจจะยิ่งกว่าได้ก็ด้วยพระบารมีที่ทรงปกครองราชอาณาจักรด้วยความร่มเย็นเป็นสุขนั้นเอง

เมื่อในสมัยอดีตมีธรรมเนียมต้องปฏิบัติอยู่หลายประการด้วยกัน และยังต้องจัดมหรสพอย่างยิ่งใหญ่คึกคักในงานออกพระเมรุโดยธรรมเนียมโบราณถือว่า การตายคือการจุติไปสู่ภพภูมิใหม่ จึงถือเป็นงานมงคลอย่างหนึ่ง

ทั้งนี้มี 4 ธรรมเนียมที่เคยมีและเคยปฎิบัติในงานพระราชพิธีพระบรมศพที่ได้ถูกยกเลิกไปตามยุคสมัย ได้แก่

incense flower

1. การโกนหัวไว้ทุกข์ แต่โบราณ มีขนบให้ประชาชนโกนศีรษะไว้ทุกข์เมื่อญาติผู้ใหญ่หรือมูลนายของตนเสียชีวิต เมื่อพระมหากษัตริย์สวรรคต จึงเป็นจารีตของทุกคนที่ต้องโกนผมไว้ทุกข์

เว้นแต่จะมีพระบรมราชโองการให้เป็นอื่น อาทิเช่น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงประกาศให้ราษฎรไม่ต้องโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ

ากษัตริย์สวรรคต จึงเป็นจารีตของทุกคนที่ต้

ระเจ้าอยู่หัวพระองค์ที่ 2)

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีพระราชปรารภกำกับให้ราษฎรเลิกโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ในงานพระราชพิธีไว้ทุกข์ เนื่องจากเป็นการยากลำบากเกินไป ดังนั้น ในการพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) จึงทรงให้ประกาศยกเลิกการโกนศีรษะไว้ทุกข์ ธรรมเนียมนี้ยกเว้นเรื่อยมา

2. นุ่งดำ , นุ่งขาว , นุ่งน้ำเงิน

ขนบโบราณของการแต่งกายไว้ทุกข์จะบ่งบอกถึงสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียชีวิตและผู้แต่งกายด้วย ได้แก่

– สีดำ สำหรับผู้ที่แก่กว่าหรือมีศักดิ์สูงกว่าผู้ตาย

– สีขาว สำหรับผู้ที่อ่อนกว่าหรือมีศักดิ์ต่ำกว่าผู้ตาย

– สีม่วงแก่หรือสีน้ำเงิน สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นญาติเกี่ยวดองกับผู้ตาย

ในการพระราชพิธีพระบรมศพพระมหากษัตริย์ ผู้ที่มีศักดิ์สูงสุดในแผ่นดิน ราษฎรจะต้องนุ่งขาวห่มขาวทั้งหมดเพื่อไว้ทุกข์

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดให้ตัดความยุ่งยาก โดยเหลือเพียงสีขาวและสีดำในการไว้ทุกข์เท่านั้น แต่การไว้ทุกข์ให้พระมหากษัตริย์ยังคงใช้สีขาว

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล การแต่งกายไว้ทุกข์เป็นไปตามธรรมเนียมแบบตะวันตกคือ เน้นสีดำและสีขาวดำ จึงทำให้ขนบ ขาว-ดำ-น้ำเงิน หายไป นับแต่นั้น

3. นางร้องไห้

นางร้องไห้ เป็นธรรมเนียมเก่า ราชสำนักรับมาแต่สายสกุลมอญ แต่ก็จัดให้มีเฉพาะในงานพระบรมศพของราชวงศ์ชั้นสูง สำหรับพระมหากษัตริย์ จะมีการจัดท้าวนาง เจ้าจอม หรือนางข้าหลวงที่เสียงดีและหน้าตาสวยงามให้เป็นนางร้องไห้กล่อมพระเมรุ

ตัวอย่างเช่น เจ้าจอมสดับ ลดาวัลย์ ในรัชกาลที่ 5 เป็นนางร้องไห้ชุดสุดท้ายในยุครัตนโกสินทร์นี้

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ ได้เคยบันทึกบรรยายไว้ว่า  ได้เป็น 1 ใน 4 ต้นเสียงนางร้องไห้ในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และมีลูกคู่ร้องอีก 80 – 100 คน การร้องจะร้องเป็นเพลง มีเนื้อ 5 บท ในเวลาประโคมย่ำยาม คือ ย่ำรุ่ง เที่ยง ย่ำค่ำ ยาม สองยาม สามยาม มีเนื้อร้องดังนี้

..

พระร่มโพธิ์ทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระทูนกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระเสด็จไปสู่สวรรค์ชั้นใด ละข้าพระบาทยุคลไว้ พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระทูนกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระยอดพระฟ้าสุเมรุทอง พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระทูนกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระเสด็จผ่านพิภพแห่งใด ข้าพระบาทจะตามเสด็จไป พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระทูนกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระทูนกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

พระทูนกระหม่อมแก้ว พระพุทธเจ้าข้าเอย

..

หากแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมิโปรดด้วยทรงรู้สึกว่าเป็นการร้องซ้ำไปซ้ำมา ไม่เป็นการร้องไห้จริง ทั้งยังส่งเสียงรบกวนเวลาที่พระกำลังถวายพระธรรมเทศนา อีกทั้ง ความประพฤติของผู้ที่ไปฟังและตัวของนางร้องไห้เองที่แสดงกิริยาขาดความเคารพในกาลเทศะเหมือนไปสโมสรกันมากกว่าจะสำรวมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้าอยู่หัวในพระโกศ จึงทรงกำกับห้ามมิให้จัด เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงสวรรคต ธรรมเนียมนางร้องไห้จึงถูกยกเลิกไป และมิได้จัดอีกในคราวอื่น

4. การถวายรูด – ถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้ง

การจัดการพระบรมศพให้สมพระเกียรตินั้นการออกพระเมรุจะกระทำได้เฉพาะในหน้าแล้ง หากสวรรคตในหน้าฝน จะต้องเก็บพระบรมศพไว้นาน

การจัดการพระบรมศพให้สมพระเกียรติจึงมีขั้นตอนซับซ้อน ต้องมีการสุมเครื่องหอมดับกลิ่นพระบุพโพ (น้ำเหลืองน้ำหนอง) ตลอดงาน และต้องเจาะช่องบรรจุถ้ำเก็บพระบุพโพใต้ฐานพระโกศที่ประดิษฐานพระบรมศพ และมีมหาดเล็กคอยเทพระบุพโพตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาถวายพระเพลิงก็ต้องเคี่ยวพระบุพโพในกะทะใบบัว แยกกับการถวายพระเพลิงบนพระเมรุพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงยกเลิกการถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้งด้วยวิธีการเคี่ยว ด้วยเหตุผลว่า “ดูไม่มีอารยะ” โดยเปลี่ยนเป็นการนำพระบุพโพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวบรรจุในลองเหล็กกล้า ประดิษฐานใต้พระพุทธชินราชจำลองในวัดเบญจมบพิธแทนหลังจากนั้นก็ไม่มีการถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้งอีกแต่ใช้วิธีเผาในเตาเผาแบบสมัยใหม่สำหรับการถวายรูด  หมายถึง การสำรอกเนื้อหนัง เส้นเอ็นจากกระดูกโดยการต้มเคี่ยว เพื่อ “ชำระ” เตรียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก่อนจะนำสิ่งที่ชำระพร้อมกับผ้าพันพระบรมศพไปร่วมถวายพระเพลิงพระบุพโพกลางแจ้งนั้นเองการถวายรูดครั้งสุดท้าย มีขึ้นในงานพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า หลังจากนั้นก็งดไป เพราะมีการฉีดฟอร์มาลีน ทำให้พระมังสาแห้งติดกับพระบรมอัฐิ มีสภาพสมบูรณ์ ไม่ต้องชำระ
..

  

One thought on “ขนบธรรมเนียมปฏิบัติในงานพระบรมศพที่ยกเลิกไปแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s