Howl’s Moving Castle

Howl’s Moving Castle สร้างจากหนังสือของ Diana Wynne Jones ออกฉายในปี 2004

เนื้อเรื่องเล่าถึงโซฟี สาวทำหมวกอายุ 18 ปี แต่ถูกคำสาปของแม่มด Witch of the Waste ทำให้เธอกลายเป็นหญิงชราอายุ 90 ปี เธอหวาดกลัวในตอนแรก แต่ต่อมาก็สามารถทำลายความกังวล ความกลัว และความหมกมุ่นในตนเองลงได้ เธอจึงเริ่มการผจญภัย (การแสวงหาการเปลี่ยนแปลง) เมื่อพบกับหุ่นไล่กาตัวหนึ่ง

โซฟีพบกับฮาวล์ก่อนหน้าจะถูกสาป ต่อมาโซฟีได้เข้าไปในปราสาทเคลื่อนที่ของฮาวล์ และพบกับปีศาจไฟ Calcifer ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนปราสาท แคลซิเฟร์จึงตกลงกับโซฟีว่าถ้าโซฟีถอนพันธะของมันกับฮาวล์ได้ มันก็จะถอนคำสาปให้โซฟีเช่นกัน โซฟีจึงอยู่ในปราสาทในฐานะคนทำความสะอาดที่แคลซิเฟร์จ้างไว้

ฮาวล์ถูกคำสั่งของพระราชาให้เข้าร่วมรบในสงคราม โดยมี Madame Suliman แม่มดประจำราชสำนักซึ่งเป็นอาจารย์ของฮาวล์บังคับลงมา ฮาวล์พยายามหลีกเลี่ยง แต่ Suliman ไม่ยอมทั้งตามล่าฮาวล์เพื่อลงโทษโดนจะทำลายอำนาจเวทมนตร์ของฮาวล์ให้หมดสิ้นไป

ในระหว่างนั้น โซฟีพบความลับของพันธะสัญญาระหว่างฮาวล์กับแคลซิเฟร์จึงได้ช่วยปลดปล่อยพันธะนั้น โดยมี witch of the waste ช่วยเหลือ และเธอก็ได้ช่วยถอนคำสาปโดยไม่รู้ตัวให้แก่หุ่นไล่กา เขากลับคืนเป็นเจ้าชายของเมือง และได้ทำให้สงครามยุติลง

แคลซิเฟร์ที่พ้นพันธะสัญญาหนีไปเที่ยวเล่นไม่นานก็เบื่อ จึงกลับมาที่ปราสาทและทำการขับเคลื่อนปราสาทอีกครั้ง ทุกคนจึงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังคือ

อภิปรัชญาว่าด้วย “ความเป็นอยู่” (existence) สิ่งต่างๆ มีความเป็นอยู่ (essesse+exist) คือ มีแก่นแท้ (สารัตถะ) และ มีการปรากฎแสดงให้เห็นได้ โดยตัวของมันเอง ต่างมีคุณค่า และมีการเชื่อมโยงต่อกัน โซฟีจึงเป็นตัวแทนของความเป็นอยู่ของตัวตนของเธอ สิ่งที่เธอพบเห็นคือโลกของเธอ และเธอก็มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและเหตุการณ์ต่างๆ โดยมีเรื่องราวของฮาวล์เป็นเหตุการณ์สำคัญ (Event) ที่ทำให้โลกของเธอได้ทำการขยายพื้นที่ (horizon expansion) ไปยังพื้นที่รอบข้าง และการที่เธอปรากฎอยู่ในเหตุการณ์นั้น เธอก็คือ event ของคนอื่นเช่นกัน

เธอช่วยเหลือฮาวด์ให้กลับคืนร่างเป็นพ่อมดได้
เธอช่วยปลดพันธะของแคลซิเฟร์เพื่อให้เขาได้พบกับอิสรภาพ
เธอจริงใจและได้จูบหุ่นไล่กาทำให้เขาหลุดจากคำสาป
เธอจริงใจจนทำให้ witch of the waste ตระหนักถึงด้านดี และกลายเป็นคนดีในที่สุด

สิ่งสำคัญของมนุษย์ต่อโลก (human-world interaction) จึงอยู่ที่การ care the other ซึ่งเป็นหัวใจของยุคสมัย

ไม่ใช่การทำสิ่งต่างๆ ด้วยความยึดมั่นถือมั่น การทำตามหน้าที่ หรือ อุดมการณ์ ซึ่งสุดท้าย ผลที่เกิดคือตัวตนที่ดำมืดและเลวร้าย

เมื่อปล่อยวาง ทุกสิ่งก็จะพัฒนาดีขึ้น มีความสงบสันติเป็นผลลัพธ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s