ปรัชญาจิตวิทยา: บทที่ 4 จิตและตัวตน

ความหมายของคำว่า “จิต” “มโน” หรือ “วิญญาณ” มีนักปรัชญา หลายสำนักที่พยายามให้คำจำกัดความเอาไว้ตามลักษณะหรือตามสิ่งที่ตนได้ศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักปรัชญาจิต เพราะเรื่องของจิตนั้นอยู่ในส่วนของปรัชญาจิต (Philosophy of Mind) นักปรัชญาต่างคนก็ต่างใช้ศัพท์ที่แตกต่างกัน และกล่าวถึงลักษณะของสิ่งเหล่านี้แตกต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง

คำที่ใช้แทนจิต

การนิยามความหมายของคำว่า “จิต” นักปรัชญาหลายคน หลายสำนักที่พยายามให้คำจำกัดความเอาไว้ตามลักษณะหรือตามสิ่งที่ตนได้ศึกษา โดยมีคำที่ถูกใช้เรียกจิตหลายคำ ได้แก่

  1. Psyche มีความหมายตามความหมายเดิมในภาษากรีกหมายถึง ลมหายใจ  สิ่งที่มีชีวิตย่อมจะต้องมีลมหายใจ หากยังมีลมหายใจแสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ (life) อย่างไรก็ตาม ในนิทานกรีกโบราณถือว่า “Psyche” เป็นจิตที่เปลี่ยนสภาพมาจากจิตวิญญาณดั้งเดิม (Soul) ทั้งนี้ เพลโต (427-347 ก.ค.ศ.) ได้ใช้ Psyche ในความหมายว่า ความรักอันสูงส่ง เป็นความรักที่ผ่านการพิสูจน์จนกลายเป็นรักแท้ และเต็มไปด้วยความเสียสละมั่นคงเหมือนดังที่ psyche พัฒนาก้าวหน้ามาจาก soul เนื่องจากไซคีคือ ความรักอันสูงส่งและมีตัวตนในเทพนิยาย The Metamorphoses of Apuleius ในราวศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตศักราช จึงได้มีการสลักหินอ่อนเป็นเรื่อง psyche and cupid โดยสลัก psyche เป็นรูปหญิงสาวนั่นเอง psyche เป็นพลังที่มีอิทธิพลหรือความโน้มเอียงซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดพัฒนาการ อำนาจที่เป็นตัวการให้เกิดมีชีวิตขึ้นในสิ่งที่มีชีวิต (Animal Force) และเป็นเจตจำนงหรือธาตุแท้ของคน (instinct)

psyche and eros

  1. Mind เป็นจิตที่นักปรัชญาตะวันตกสมัยปัจจุบันใช้อธิบายลักษณะหรือธรรมชาติของจิตใจ Mind ถูกสนใจในฐานะสมรรถนะคิดและจดจำของสิ่งมีชีวิต (entity) และเป็นจิตสำนึกด้วยตามแนวทางของกลุ่มทวินิยม ซึ่งจะใช้คำว่า “Mind” คู่กับคำว่า “Body” เพราะมโนคติในการอธิบายเกี่ยวกับมนุษย์คือ มนุษย์ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ร่างกายและจิตใจโดยที่ mind คือ กระบวนการภายในที่เกิดเป็นความคิด ความต้องการ ความอยาก หรือความรู้สึกต่าง ๆ เป็นต้น ความสนใจนี้สนใจในฐานะสิ่งพิเศษที่มีเฉพาะในมนุษย์ แต่ก็มีกระแสศึกษา mind ในสิ่งอื่นตั้งแต่สัตว์ไปจนถึงเทพเจ้าด้วยเช่นกันทำให้สับสนไปมาระหว่าง mind, soul และ spirit
  2. Soul หมายถึง วิญญาณที่ต้องอยู่ในร่างกาย ตำนานกรีกเชื่อว่า วิญญาณดั้งเดิมของมนุษย์ ทั้งนี้วิญญาณดั้งเดิมจะอยู่ในสภาพเป็นสัตว์ ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงร่างมาเรื่อยๆ จนเป็นจิตของมนุษย์ก็จะเรียกชื่อว่า psyche ดังนั้น คำว่า Soul แต่เดิมใช้เรียกจิตวิญญาณที่มีตัวตนชัดเจน และเป็นจิตวิญญาณหลังความตายของมนุษย์ด้วย แต่ทั้งนี้ จิตวิทยายอมรับแนวคิดของอริสโตเติลที่ได้แบ่ง soul ออกเป็น จิตวิญญาณพืช (Vegetative Soul) จิตวิญญาณสัตว์ (Animal Soul) และจิตวิญญาณมนุษย์ (Intellective Soul) ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ในร่างกาย หากออกนอกร่างกายถือว่าเป็นคนละประเภทกับ soul
  3. Spirit ในความหมายเดิมหมายถึง พลังที่อยู่เหนือธรรมชาติ เป็นจิตที่ไม่ต้องมีร่าง เชื่อว่ามีในทุกสิ่ง เช่น ในต้นไม้ ในก้อนหิน ในสัตว์ ตามลัทธิ spiritism ต่อมาถูกใช้เพื่อแสดงถึงจิตที่อุบัติโดยไม่ต้องมีร่าง เช่น พระเจ้า (supreme spirit) เทพ เทวทูต ตามลัทธิ spiritualism และยังหมายถึงคุณลักษณะของจิต เช่น ความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง ความมีชีวิตชีวาในการทำงาน ทัศนคติหรือเจตคติทางศีลธรรม ความรู้สึกเป็นสุขหรือทุกข์ ความสมหวังหรือความผิดหวัง เป็นต้น
  4. Nous ในปรัชญาของอแนกซากอรัส (Anaxagoras 500-428 ก.ค.ศ.) เชื่อว่าเป็นพลังงานซึ่งทำให้สิ่งต่าง ๆ กระทำการ ทำให้เกิดโลกขึ้น เป็นพลังงานที่มีความนึกคิด มีเหตุผล ความมีระเบียบ ความงามและความกลมกลืนของจักรวาล และอริสโตเติลใช้ nous ในความหมายของปัญญาเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น โดย nous ประกอบ ปัญญา (intellect) อันเป็นสมรรถนะคิดกับเจตจำนง (will) อันเป็นแรงผลักดันให้กระทำการต่างๆ
  5. Consciousness หมายถึง ความรู้สึกตัว เจตคติเบ็ดเสร็จ เป็นแหล่งของเพทนาการ (sensation) มโนภาพ (mental image) จินตนาการ (thought) ความปรารถนา (desire) อารมณ์ (motion) เจตนา (volition) ความชอบ (like) ในปัจจุบันได้นำมาใช้กันอย่างกว้างขวางในชีวิตประจำวัน เพราะได้นำมาเป็นเครื่องกำหนดความแตกต่างระหว่างการหลับและการตื่น การหลับไม่ว่าจะเป็นการหลับตามธรรมชาติหรือการหลับเพราะสลบก็มีอาการเหมือนกันคือ ไม่รู้สึกตัว (unconsciousness) ในทางตรงกันข้าม หากคนไม่หลับก็แสดงว่าเป็นคนมีความรู้สึก (consciousness)
  6. Heart หมายถึง ใจ และหัวใจ อวัยวะในช่องทรวงอกของร่างกายที่ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปตามหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ในทางปรัชญาและศาสตร์อื่นๆ ใช้ในความหมายต่างๆ ได้แก่ ศูนย์กลางของอารมณ์ทั้งหลาย เช่น ความรัก ความเกลียด เป็นต้น ส่วนกลาง ใจกลาง เนื้อหาสาระ แก่นแท้ ถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ สิ่งที่มีรูปร่างคล้ายหัวใจ คนที่มีรูปร่างน่ารัก และใช้อธิบายลักษณะนิสัยของคนด้วย

ทั้งนี้ในปัจจุบัน นิยมใช้คำว่า Mind คือ จิตคิดของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม การใช้คำก็มีสลับไปสลับมาตามสำนวนภาษาด้วยเช่นกัน

อ่าน ปรัชญาจิตวิทยา: บทที่ 3 บทนำวิทยาศาสตร์เชิงปัญญาและประสาทวิทยาศาสตร์ (ประสาทวิทยาศาสตร์-3)

อ่าน ปรัชญาจิตวิทยา: บทที่ 4 จิตและตัวตน (ว่าด้วยจิต)

 

2 thoughts on “ปรัชญาจิตวิทยา: บทที่ 4 จิตและตัวตน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s