animal and zoo [1]

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

 

จริยธรรมในสัตว์เป็นหลักจริยธรรมที่สนใจในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์และสิ่งที่มนุษย์กระทำต่อสัตว์ การยอมรับว่าสัตว์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถมีประสบการณ์ได้เหมือนมนุษย์ มีความรู้สึกเชิงบวก ลบ หรือ กลางๆ ได้ มนุษย์ก็จะเข้าใจถึงแนวคิดเรื่องการเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในโลกเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตอื่น (being-in-the-world-in-with-the-other) ตามแนวทางปรัชญาของไฮเดกเกอร์ (Martin Heidegger, 1889-1975) ที่มุ่งเน้นให้มนุษย์อยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นและดูแลสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย (care-the-other) จึงมีแนวทางจริยศาสตร์ที่มีเนื้อหาในด้านความรับผิดชอบของมนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องด้วย สิทธิของสัตว์ สวัสดิภาพสัตว์ กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่า การอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นต้น ในขณะเดียวกันหลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องด้วยการปฏิบัติต่อสัตว์ก็เป็นข้อใส่ใจที่ทางจริยศาสตร์สนใจด้วยเช่นกัน เช่น การจับขัง การทำอันตรายในทางตรงและทางอ้อมต่อสัตว์ เป็นต้น ในปัจจุบันมีสัตว์ป่าจำนวนมากที่ถูกอนุรักษ์และจัดแสดงไว้ในสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลกและได้ถูกกระแสอนุรักษ์นิยมต่อต้านการจับขังสัตว์เหล่านี้ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพข่าวตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นักกิจกรรมด้านสัตว์ได้เพิ่มเติมเนื้อหาของการถกแถลงส่วนหนึ่งคือ การมีอยู่ของสวนสัตว์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้หรือไม่?

ข้อถกเถียงสำคัญนี้ได้มีการถกเถียงกันในระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยมโนคติหนึ่งคือสารัตถะของมนุษย์คืออิสรภาพซึ่งมนุษย์ให้ความสำคัญตามอัตถิภาวะนิยม ซึ่งสัตว์ไม่สามารถบอกได้ แต่ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็ต้องการอิสรภาพ เมืองย่อมไม่ใช่บ้านของสัตว์ป่า ดังนั้นการกักขังชีวิตสัตว์อื่นเพื่อเอาไว้ดูเล่นพักผ่อนหย่อนใจ สถานภาพของสัตว์ป่าที่ถูกจับขังก็ไม่ต่างกับซากสัตว์ที่ถูกสตาฟไว้ในพิพิธภัณฑ์ นั่นคือ มีแต่ร่างแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ  ในขณะที่ปัญหาสำคัญของสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลกก็คือการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดข้อกังขากันว่าหากสวนสัตว์ต้องปิดตัวลงไปจะมีใครสนใจหรือไม่ในชะตากรรมของสัตว์ในสวนสัตว์เหล่านั้น หรือต่างพากันมองในแง่ดีว่าสัตว์ป่าเหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังสวนสัตว์อื่นหรือส่งคืนกลับธรรมชาติได้อย่างดีทั้งหมด สวนสัตว์สมัยใหม่จึงมีความท้าทายทางจริยธรรมที่จะต้องแสดงในส่วนคุณค่าด้านสวัสดิภาพสัตว์ การสูญเสียอิสรภาพและคุณค่าของชีวิตสัตว์ (Gray, 2015) ซึ่งสวนสัตว์ต่างพยายามแสดงถึงคุณค่าในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ในเชิงผลลัพธ์และกำหนดแนวทางในเชิงผลการปฏิบัติงานของสวนสัตว์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ในระยะยาวระหว่างสวนสัตว์กับผู้คน ชุมชน สังคม และความมีมนุษยธรรม

อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีการกำหนดมาตรฐานสำหรับสวนสัตว์ในประเทศไทย เมื่อไม่มีมาตรฐาน สวนสัตว์เอกชนที่กระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จึงถูกออกแบบ และจัดแสดงสัตว์ตามอำเภอใจ ที่สำคัญคือ สวนสัตว์เหล่านี้บางแห่งอาจกลายเป็นแหล่งฟอกสัตว์ป่า สัตว์จำนวนหนึ่งที่ถูกนำมาจัดแสดง อาจไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ ความไม่มีมาตรฐานจึงอาจเป็นต้นตอให้สวนสัตว์กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้าสัตว์ป่า ความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับสัตว์ป่า คือ สัตว์ทุกชนิดไม่ว่า สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลง หรือแมง ซึ่งโดยภาพธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำและให้หมายความรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้วและสัตว์พาหนะที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันป่าไม้อันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้ถูกทำลายลงไปมาก ตลอดจนการไล่ล่าของมนุษย์จึงทำให้ปริมาณสัตว์ป่ามีจำนวนลดน้อยลงทุกปี จนบางชนิดสูญพันธุ์บางชนิดก็ใกล้จะสูญพันธุ์เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติจึงจำเป็นที่จะต้องช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้โดยเร่งด่วน

สถานการณ์สัตว์ป่าเมืองไทยเริ่มปรับเปลี่ยนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่หลายคนอาจยังไม่คิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสถานการณ์ของสังคมสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลง และมีผลกระทบต่อสัตว์ป่า และวิธีการจัดการสัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม  แต่สถานการณ์ที่ถ้าทายสำหรับอนาคต คือ การจัดการประชากรสัตว์ป่า (Wildlife Population Management) ในพื้นที่จำกัด ที่มีลักษณะเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อย กระจัดกระจายในพื้นที่อาศัยและเกษตรกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นการจัดการที่ตัวสัตว์ป่าโดยตรง (Direct management) นโยบายและแผนปฏิบัติการต่อการดำเนินการเหล่านี้ที่เป็นรูปธรรมมีความสำคัญอย่างมาก การตัดสินใจต้องการข้อมูลพื้นฐานที่แม่นยำมารองรับ เทคนิคใหม่ๆ ต้องได้รับการทดสอบประสิทธิภาพก่อนการนำมาปฏิบัติการในภาพกว้าง

การจัดการโดยใช้การฟื้นฟูพื้นที่เพียงอย่างเดียวน่าจะไม่เพียงพอ หลายโครงการกลับเป็นปัจจัยเร่งให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นจากการเพิ่มความสามารถในการรองรับของพื้นที่ประดิษฐ์ (Artificial -Carrying Capacity; K) เป็นสิ่งที่น่ากลัวและเริ่มสะท้อนปัญหาแล้ว เช่น กรณีของการอพยพลงมากระจุกตัวของกระทิงที่เขาแผงม้า ยิ่งมีการจัดการฟื้นฟูพื้นที่มากเท่าไหร่จะยิ่งกระตุ้นให้กระทิงเคลื่อนย้ายจากเขาใหญ่เข้ามาเติมประชากรมากเท่านั้น และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบพันธุ์ของกระทิงในพื้นที่มากขึ้นอีกทางหนึ่ง จนพื้นที่ขนาดเล็กรองรับไม่ไหว ที่เรียกว่า การมีประชากรมากเกินไป (Overpopulation) ทำให้ต้องหาพื้นที่รองรับใหม่โดยปกติ สัตว์ป่าจะใช้การกระจายเข้าไปในพื้นที่ใหม่ หลายครั้งประสบความสำเร็จ และปล่อยครั้งก็ต้องแลกมาด้วยชีวิต เช่น กรณีเสือโคร่งจากห้วยขาแข้ง หลายตัวจบชีวิตที่ปลายกระบอกปืน หรือกรณีที่เป็นข่าวกระทิงถูกชาวบ้านยิงตาย

ความขัดแย้งลักษณะนี้เกิดขึ้นทั่วไปในหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่พัฒนาและมีเทคโนโลยีด้านการจัดการสัตว์ป่าที่เพียบพร้อม เนื่องจาก

  1. ประชาชนจำเป็นต้องปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของตัวเอง เป็นหลักการพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และ
  2. สัตว์ป่าบุกรุกพื้นที่ตามปัจจัยพื้นฐานของความอยู่รอดของการมีชีวิต

นอกเหนือจากแนวทางการจัดการสัตว์ป่าเชิงเทคนิคแล้ว แนวทางการป้องกันปัญหา การไกล่เกลี่ย และการชดเชย เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ดูเหมือนต้องใช้เวลายาวนาน และแทบมองไม่เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ ก็มีความจำเป็นต้องนำมาขบคิดเพื่อลดความขัดแย้ง และเสริมสร้างสังคมสันติสุข ก็มีความจำเป็นในการเริ่มหันหน้ามาพูดคุยเพื่อหาแนวทางในการจัดการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ประเทศไทยตื่นตัวกันอย่างเต็มกำลังเมื่อรัฐได้ตราพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2557 โดยมีส่วนบทลงโทษที่รุนแรงคือระวางจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์และดูเหมือนจะเป็นความหวังและหลักยึดสำคัญของนักกิจกรรมด้านสัตว์ที่จะใช้เพื่อกำกับการครอบครอง การดูแล และสวัสดิภาพของสัตว์ซึ่งพระราชบัญญัติได้นิยามรวมสัตว์เลี้ยงทุกประเภทและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ได้ถูกถกแถลงกันในหลากหลายประเด็น หลากหลายมิติ และมักเชื่อมโยงไปสู่เรื่องจริยธรรมในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันระหว่างคนกับสัตว์ในฐานะเผ่าพันธุ์ที่มีความเท่าเทียมกันของโลกแห่งชีวิตนี้ ในทางปรัชญาเห็นว่าสรรพสิ่งต่างก็เป็นสิ่งเป็นอยู่ (being) ของโลกจึงมีคุณค่าในตัวเอง กระแสคิดนี้ทำให้เกิดคู่ถกแถลงในชุดความสัมพันธ์ เช่น สัตว์เลี้ยงของมนุษย์ สัตว์ป่าในฐานะสัตว์เลี้ยง สัตว์ต่างถิ่นกับการย้ายถิ่นสัตว์โดยมนุษย์ อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ สวนสัตว์ และการวิจัยในสัตว์ทดลอง เป็นต้น  นักกิจกรรมด้านสัตว์ได้กระตุ้นให้สังคมสนใจจริยธรรมในการปฏิบัติของการเลี้ยงดูและการเพาะเลี้ยงสัตว์ซึ่งก้าวกระโดดจากการเลี้ยงดูและการปรับปรุงสายพันธุ์ไปสู่การเพาะเลี้ยงในระบบฟาร์ม และขยายของข่ายไปยังการครอบครองสัตว์ป่าและการจัดการสวนสัตว์

การอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วยการจัดการสัตว์ป่าในสวนสัตว์ เนื่องด้วยในแต่ละปีมีสัตว์ป่าต้องสูญพันธุ์ไป หรือเสี่ยงต่อการใกล้จะสูญพันธุ์ และบ่อยครั้งโดยไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตามสัตว์บางชนิดได้รับการช่วยเหลือให้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ ด้วยความช่วยเหลือจากนักอนุรักษ์ นักชีววิทยา และสัตวแพทย์ ทุกครั้งที่สัตว์พันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งรอดพ้นจากการสูญพันธุ์ ย่อมหมายถึง มรดกที่จะตกทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลานของเรา กล่าวคือ ลูกหลานเราจะได้มีโอกาสสัมผัสกับสัตว์ป่าเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่ได้อ่านจากในหนังสือ สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์บางชนิดมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารช่วยรักษาสมดุล ประชากรสัตว์ ให้สอดคล้องกับระบบนิเวศของป่า อย่างเช่น นกฮูก ซึ่งเป็นผู้ล่าหนู ช่วยทำให้ประชากรหนูไม่ขยายจำนวนมากจนเกินไป เป็นต้น สัตว์นั้น หากมีสายพันธุ์ที่มีความเป็นมายาวนานจะสามารถแตกสายออกเป็นสกุลใหม่ วงศ์ใหม่ หรือบางทีอาจมีการอพยพไปอยู่ในถิ่นใหม่ ทำให้แตกเป็น พันธุ์ย่อยออกไปได้อีก แต่ถ้ามันสูญพันธุ์ไปเสียก่อนการแตกพันธุ์นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้

การอนุรักษ์สัตว์ป่าทุกพันธุ์ให้ดำรงอยู่ต่อไปจึงมีความจำเป็นต่อความ สมบูรณ์ และ สมดุลทางธรรมชาติ โดยเฉพาะเพื่อให้สัตว์ป่าเองนั้นมีพัฒนาการเป็นไปโดยธรรมชาติ   การอนุรักษ์สัตว์ป่าผ่านสวนสัตว์มีผลดีต่อเด็กและเยาวชน มุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนรู้จักหน้าที่ของทุกคนที่มีใน ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะได้มีทัศนะและรู้จักวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อสัตว์ป่าและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  วิธีการปลูกฝังจิตสำนึกดังกล่าวทำโดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมโดยตรง การมีส่วนร่วมโดยตรงจะทำให้เขาเข้าใจด้วยตัวเองเป็นอย่างดี ตัวอย่างกิจกรรมซึ่งทางสวนสัตว์จัดขึ้น เช่น นักเรียนมาทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ การประกวดภาพวาดเขียน ภาพระบายสีที่มีสาระเกี่ยวกับสัตว์ สำหรับแต่ละระดับการศึกษา การสัมผัสกับสัตว์อย่างใกล้ชิดภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์

การอนุรักษ์สัตว์ป่าสำหรับผู้สนใจการอนุรักษ์สัตว์ป่ามีจุดมุ่งหมายที่จะถ่าย ทอดความรู้และ ประสบการณ์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งเอื้อประโยชน์ด้านสถานที่ในสวนสัตว์ ให้กับผู้สนใจ เจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์พร้อมให้ข้อมูล และ ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสัตว์ป่า การจัดการ โภชนาการ และการขยายพันธุ์ กับนักวิชาการหรือผู้ที่สนใจการอนุรักษ์ ผู้ที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ โดยการสัมผัสกับสัตว์ด้วยตนเอง สวนสัตว์ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าทุกชนิด ทุกสายพันธุ์ เราจึงมีหน้าที่ขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่อาจสูญพันธุ์ อันเนื่องมาจากเหลือจำนวนน้อย ถูกคุกคามไล่ล่า ไม่สามารถแพร่พันธุ์เองได้ทันตามสภาพธรรมชาติ ให้สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ลูกหลานก็จะมีโอกาสรู้จักสัมผัสกับสัตว์ป่าเหล่านั้น ซึ่งจะก่อให้เกิด ความเข้าใจและมีเมตตาธรรมต่อสัตว์ป่าต่อไป ในฐานะที่เป็นสวนสัตว์จึงมีหน้าที่ขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่สวนสัตว์ในประเทศต่าง ๆ ต้องการ โดยเน้นสัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และหาไม่ได้ในประเทศอื่น เพื่อให้ผู้ชมสวนสัตว์ในต่างประเทศสามารถสัมผัสเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าไทย  เป้าหมายสำคัญเมื่อขยายพันธุ์สัตว์สำเร็จแล้ว คือ การคืนสัตว์นั้นสู่ธรรมชาติ ซึ่งเป็นงานที่มีขั้นตอนละเอียดอ่อน เริ่มจากการฝึกให้สัตว์ ซึ่งอาจไม่เคย ต้องต่อสู้เพื่อการเลี้ยงชีพตนเองในป่าปรับตัวให้เข้ากับสภาพธรรมชาติ รู้จักหาอาหารให้ตัวเองกิน บางทีก็ไม่อาจสามารถนำสัตว์บางตัวกลับสู่ป่าได้ หรือบางกรณีพออยู่ไปได้สักพักหนึ่งก็ดูแลตัวเองต่อไปไม่รอด เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงมีส่วนคอยดูแลสัตว์เหล่านี้ ดังนั้น สวนสัตว์จึงมีหน้าที่ฝึกสัตว์ซึ่งจะกลับคืนสู่ป่าให้มีสภาพจิตใจ และ กายพร้อมที่จะเอาตัวรอดในป่า โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ดูแลเอาใจใส่สัตว์เหล่านั้นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ตามสภาพ ธรรมชาติของสัตว์นั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม การครอบครองสัตว์ป่าและการจัดการสวนสัตว์อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ซึ่งได้กำหนดนิยามของสวนสัตว์สาธารณะไว้ว่าเป็นสถานที่หรือบริเวณซึ่งรวบรวมสัตว์ป่าไว้เพื่อประโยชน์แก่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา การค้นคว้าหรือวิจัยของประชาชนและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ป่า นักรณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์ได้เพิ่มเติมเนื้อหาของการถกแถลงส่วนหนึ่งคือ การมีอยู่ของสวนสัตว์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้หรือไม่? ข้อถกเถียงสำคัญนี้ได้มีการถกเถียงกันในระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยมโนคติหนึ่งคือสารัตถะของมนุษย์คืออิสรภาพซึ่งมนุษย์ให้ความสำคัญตามอัตถิภาวะนิยม ซึ่งสัตว์ไม่สามารถบอกได้ แต่ไม่ว่าคนหรือสัตว์ต่างก็ต้องการอิสรภาพ เมืองย่อมไม่ใช่บ้านของสัตว์ป่า ดังนั้นการกักขังชีวิตสัตว์อื่นเพื่อเอาไว้ดูเล่นพักผ่อนหย่อนใจ สถานภาพของสัตว์ป่าที่ถูกจับขังก็ไม่ต่างกับซากสัตว์ที่ถูกสตาฟไว้ในพิพิธภัณฑ์ นั่นคือมีแต่ร่างแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ  ในขณะที่ปัญหาสำคัญของสวนสัตว์ต่างๆ ทั่วโลกก็คือการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดข้อกังขากันว่าหากสวนสัตว์ต้องปิดตัวลงไปจะมีใครสนใจหรือไม่ในชะตากรรมของสัตว์ในสวนสัตว์เหล่านั้น หรือต่างพากันมองในแง่ดีว่าสัตว์ป่าเหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปยังสวนสัตว์อื่นหรือส่งคืนกลับธรรมชาติได้อย่างดีทั้งหมด ไว้ในธรรมชาติในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของสัตว์ได้รับการขานรับและกระจายไปทั่วโลก ฝ่ายนักกิจกรรมเพื่อพิทักษ์สิทธิของสัตว์ป่าได้ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ป่ามีสิทธิที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสิทธิของการเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งของโลก และความไม่เป็นเหตุผลของฝ่ายสนับสนุนสวนสัตว์ในการอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าไว้ในสวนสัตว์ เพราะมีสวนสัตว์จำนวนมากที่จัดคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่าไว้ไม่ดี ทั้งจะยิ่งเป็นการส่งเสริมการจับสัตว์ออกจากป่ามากขึ้นไปอีก

กระแสอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้ในธรรมชาติในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของสัตว์เองก็ได้รับการขานรับและกระจายไปทั่วโลก  ตัวอย่างเช่น กลุ่ม Animal activist alliance (AAA) Thailand ได้โจมตีการมีสวนสัตว์ในประเทศไทยไว้ในประเด็นสำคัญคือ การปฏิบัติต่อคุณภาพชีวิตสัตว์ที่ถูกคัดเลือกให้ถูกจองจำอยู่ในสวนสัตว์ การจองจำเผ่าพันธุ์อื่นไว้เพียงเพื่อจัดแสดงให้คนได้ดูโดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อการศึกษา ส่งเสริมให้มนุษย์รู้จักรักษ์ธรรมชาติ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงแค่การจัดแสดงสัตว์ให้คนดูได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจและเมื่อแยกย้ายกลับไปก็ลืมเลือนจนหมด เมื่อพิจารณาเพียงวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาย่อมพบข้อย้อนแย้งสำคัญคือการเรียนรู้ที่แท้จริงสามารถเรียนรู้ได้จากสารคดีชั้นยอดซึ่งผู้ที่ได้เรียนรู้จะได้คิดและมีจิตสำนึกเพื่อสัตว์ป่าผู้ถูกเลือกมากักขังเหล่านี้ยิ่งขึ้นไปอีก สัตว์ป่าล้วนถูกควบคุมจับขังไว้ในสวนสัตว์ที่มีอยู่มากมายหลายแห่งและส่วนใหญ่ยังขาดมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงการจัดให้มีอาหารหรือรังนอน แต่สวนสัตว์จะต้องมีคนเลี้ยงที่เข้าใจพฤติกรรม สภาพสิ่งแวดล้อมที่สัตว์นั้นอยู่แต่ดั้งเดิม พฤติกรรมทางสายพันธุ์ วิถีการอยู่รอด การออกแบบสวนสัตว์ที่ไม่เอื้อให้สัตว์สามารถใช้ชีวิตแบบในธรรมชาติแท้ๆ ของมันทำให้สัตว์มีความเครียดและความเบื่อหน่ายซึ่งเป็นปัญหาทางจิตของสัตว์ และเป็นภัยคุกคามของชีวิตสัตว์ในสวนสัตว์ทุกตัวไม่มากก็น้อย กระแสการอนุรักษ์สัตว์ป่าไว้ในธรรมชาติในถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของสัตว์ได้รับการขานรับและกระจายไปทั่วโลก ฝ่ายนักกิจกรรมเพื่อพิทักษ์สิทธิของสัตว์ป่าได้ชี้ให้เห็นว่าสัตว์ป่ามีสิทธิที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสิทธิของการเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งของโลก และความไม่เป็นเหตุผลของฝ่ายสนับสนุนสวนสัตว์ในการอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าไว้ในสวนสัตว์ เพราะมีสวนสัตว์จำนวนมากที่จัดคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่าไว้ไม่ดี ทั้งจะยิ่งเป็นการส่งเสริมการจับสัตว์ออกจากป่ามากขึ้นไปอีก นักกิจกรรมด้านสัตว์ชี้ถึงประเด็นสำคัญคือมนุษย์ต้องคำนึงว่าสัตว์เหล่านี้มีศักดิ์ศรีและสิทธิเสรีภาพในชีวิตไม่น้อยไปกว่ามนุษย์ ฝ่ายที่เห็นว่าการมีสวนสัตว์นั้นเป็นความจำเป็นก็ได้ให้เหตุผลสำคัญคือ ในธรรมชาตินั้นมีสัตว์ป่าที่ต้องสูญพันธุ์ไปหรือใกล้จะสูญพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากเหลือจำนวนน้อย ถูกคุกคามไล่ล่า ไม่สามารถแพร่พันธุ์เองได้ทันตามสภาพธรรมชาติ การช่วยให้สัตว์บางชนิดได้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์จำเป็นต้องใช้การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ (Norton, 1996) โดยมีสวนสัตว์เป็นสถานที่เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า สงวนพันธุ์สัตว์ การขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ยังเป็นการสร้างความสมดุลของระบบทางธรรมชาติผ่านการคืนสัตว์กลับสู่ธรรมชาติ ในขณะเดียวกันเป็นสถานที่เพื่อการให้ความรู้ทางด้านการเรียนการศึกษา การวิจัย ค้นคว้าด้านสัตว์ป่า และการนันทนาการในฐานะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน หย่อนใจแก่ประชาชน เมื่อเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมที่ได้ในหลายทางเช่นนี้ สวนสัตว์จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับมนุษย์ที่จะได้ช่วยเหลือสัตว์และเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการรักษาความสมดุลของชีวิตบนโลกนี้เช่นกัน นั่นคือ จริยธรรมแห่งการดูแลของทั้งสองฝ่ายล้วนมีเหตุผลสนับสนุนทางปรัชญาที่เชื่อได้ว่าเป็นจุดยืนของแต่ละฝ่ายเพื่อแสดงความชอบธรรมในการจัดการสัตว์ป่า การวิจัยนี้จึงเป็นการแสดงเหตุผลทางปรัชญาที่เชื่อได้ว่าจะเป็นพื้นฐานของหลักจริยศาสตร์ในความสัมพันธ์ระหว่าง คน สัตว์ และสวนสัตว์ ซึ่งมีอยู่จริงในปัจจุบันและนำไปสู่การร่วมมือกันยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่าในสวนสัตว์ได้

ภาวะทางจริยธรรมระหว่าง คน สัตว์ ในปัจจุบัน ฝ่ายอนุรักษ์เชื่อมั่นในภาวะทางจริยธรรมระหว่างคนกับสัตว์ การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันต่อเผ่าพันธุ์อื่นโดยไม่ยกว่ามนุษย์มีความสูงส่งกว่า จึงเกิดคำถามต่อมาว่าการมีอยู่ของสวนสัตว์ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ฝ่ายที่เห็นว่าการมีสวนสัตว์นั้นเป็นความจำเป็นก็ได้ให้เหตุผลสำคัญคือ ในธรรมชาตินั้นมีสัตว์ป่าที่ต้องสูญพันธุ์ไปหรือใกล้จะสูญพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากเหลือจำนวนน้อย ถูกคุกคามไล่ล่า ไม่สามารถแพร่พันธุ์เองได้ทันตามสภาพธรรมชาติ การช่วยให้สัตว์บางชนิดได้รอดพ้นจากการสูญพันธุ์จำเป็นต้องใช้การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ (Norton, 1996) โดยมีสวนสัตว์เป็นสถานที่เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า สงวนพันธุ์สัตว์ การขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ยังเป็นการสร้างความสมดุลของระบบทางธรรมชาติผ่านการคืนสัตว์กลับสู่ธรรมชาติ ในขณะเดียวกันเป็นสถานที่เพื่อการให้ความรู้ทางด้านการเรียนการศึกษา การวิจัย ค้นคว้าด้านสัตว์ป่า และการนันทนาการในฐานะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อน หย่อนใจแก่ประชาชน เมื่อเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมที่ได้ในหลายทางเช่นนี้ สวนสัตว์จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับมนุษย์ที่จะได้ช่วยเหลือสัตว์และเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการรักษาความสมดุลของชีวิตบนโลกนี้เช่นกัน หากแต่ในทางตรงกันข้าม เช่น กลุ่ม Animal activist alliance (AAA) Thailand ได้โจมตีการมีสวนสัตว์ไว้ในประเด็นสำคัญคือ การปฏิบัติต่อคุณภาพชีวิตสัตว์ที่ถูกคัดเลือกให้ถูกจองจำอยู่ในสวนสัตว์ เนื้อหาของความสนใจในกระแสอนุรักษ์เช่นนี้ย่อมนำไปสู่คำถามถึงการมีอยู่ของสวนสัตว์ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ในยุคปัจจุบันนี้หรือไม่

อ่าน animal and zoo

One thought on “animal and zoo [1]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s