ปรัชญาจิตวิทยา: บทที่ 5 การรับรู้ (การได้ยิน)

การได้ยิน

การได้ยิน (auditory sense) เป็นการรับรู้เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของแหล่งกำเนิดเสียง ผ่านตัวกลางต่างๆ มาถึงหูซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณและแปลงเข้าสู่ระบบประสาทส่วน temporal lobe รับสิ่งเร้าเข้ามาในลักษณะข้อมูลเพื่อแปลความหมาย (semantics) ออกมา

โดยทั่วไปเสียงจะเกิดจากความถี่หลายๆ ความถี่มารวมกัน และหูจะมีหน้าที่ในการแยกความหมายและเลือกส่งต่อเสียงที่สนใจเท่านั้น การได้ยินเสียงเสียง (hearing) เป็นการที่หูรับสัญญาณเสียงแล้วสื่อความหมายออกมา การได้ยินจากหูสองข้างทำให้มนุษย์สามารถแยกแยะทิศทางและระยะของแหล่งกำเนิดเสียงได้ (stereophonic hearing) แต่กระนั้นการได้ยินเสียงจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัย ได้แก่

  1. ความดังของเสียง (amplitude) นั่นคือความใกล้ไกลของแหล่งกำเนิดเสียงร่วมกับความไวของหูต่อการได้ยิน ความเข้มและความถี่ของเสียง เสียงที่มีความเข้มสูงย่อมได้ยินง่ายกว่า หน่วยวัดความดังของเสียงเรียกว่า เดซิเบล (decibel :dB) โดยที่เสียงในระดับ 0 dB เป็นระดับเสียงที่เริ่มได้ยิน ไปจนถึงระดับเสียงที่ 60 dB ซึ่งเป็นเสียงการพูดคุยปกติ และความดังของเสียงที่จะเริ่มเป็นอันตรายต่อหูได้แก่ 80 dB และเมื่อถึงระดับ 140 dB ก็จะทำให้แก้วหูแตกได้ การได้ยินเสียงดังเกิน 90 dB ต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการหูตึงได้ แต่สำหรับเสียง 140 dB นั้นมนุษย์สามารถทนได้เพียง 30 วินาทีเท่านั้น
  2. ระดับเสียง (pitch) ได้แก่ระดับความสูงต่ำของเสียง (tone) บางคนมีเสียงทุ้ม บางคนมีเสียงแหลมซึ่งความสูงต่ำของเสียงนั้นสัมพันธ์กับความถี่ของเสียงซึ่งคนเราได้ยินเสียงในช่วงความถี่ 20-20,000 Hz ถ้ามากกว่าหรือน้อยกว่านี้ก็จะไม่ได้ยินเช่นกันนั้นเอง
  3. คุณภาพของเสียง (quality of sound) นั่นคือเสียงที่มานั้นมีต้นกำเนิดเสียงเช่นไร เป็นเสียงธรรมชาติ เสียงดนตรี หรือเสียงจากเครื่องจักรกล หรือเป็นเสียงรบกวน (noise) โดยที่มนุษย์สามารถได้รับผลกระทบจากเสียงต่างๆ ต่างกันไป เช่น เมื่อได้ยินเสียงดนตรี เสียงธรรมชาติก็จะเกิดความรู้สึกสงบ มีสมาธิ แต่หากได้ยินเสียงดังหรือเสียงเครื่องจักรก็จะทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ร้อนลน รำคาญใจ และขาดสมาธิได้

chap5-audio

 

ความเงียบ คือ การไม่มีเสียง นั่นคือ มีระดับ amplitude ที่ต่ำกว่า การที่หูของเราจะสามารถรับเสียงได้ชัดเจน นั่นถือ ต่ำกว่า 40 dB ระดับความเงียบนี้จะทำประสาทสัมผัสผ่อนคลาย เป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการฝึกฝนสมาธิ (concentration, meditation, contemplation)

ความดัง คือ การที่เสียงมีระดับของ amplitude ในระดับที่หูจะได้ยินอย่างชัดเจน แต่เมื่อสูงเกินกว่าที่หูจะทนเสียงได้ นั่นคือ ตั้งแต่ 120 dB เป็นต้นไป ความดังนี้จะทำให้เกิดเป็นการรบกวนการได้ยิน ทำให้สมองทำงานหนักและนำไปสู่ความเครียดได้

ความถี่ของเสียงที่ต่ำ คือ การที่เสียงมีความถี่ต่ำ ความถี่ยิ่งต่ำยิ่งเดินทางได้ไกล แต่หูของเราไม่ได้ยินจนสามารถแปลงเป็นเสียงที่เราเข้าใจได้ แต่อวัยวะรับฟังเสียงสามารถรับเข้ามาได้และสมองมีการบันทึกไว้เช่นกัน ดังนั้น ความถี่ของเสียงที่ต่ำก็มีผลต่อมนุษย์ในลักษณะของ latent voice มีผลต่อสมาธิ ในขณะที่เสียงที่มีความถี่สูงมากก็จะมีระยะเดินทางได้น้อย เสียงเช่นนี้จะนำไปสู่ subliminal vice นั่นคือ อวัยวะรับฟังเสียงสามารถรับเข้ามาได้และสมองมีการบันทึกไว้ แต่มีผลต่อเนื้อหาความคิด อีกด้วย

อ่าน ปรัชญาจิตวิทยา : บทที่ 5 การรับรู้ (color psychology)

 

One thought on “ปรัชญาจิตวิทยา: บทที่ 5 การรับรู้ (การได้ยิน)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s