ศาสนศึกษา [3]

superman ของ Nietzsche นั้น ตรงกับภาษาฝรั่งเศสว่า superb ที่แปลว่า ดีเลิศ แต่ต่อมาการ์ตูนจากอเมริกา สร้าง superman ทำให้คนนึกถึงพวกเหนือมนุษย์ ในทรรศนะของกระบวนทรรศน์นวยุค (วิทยาศาสตร์) จะมองทุกอย่างในทางกายภาพ จับต้องได้ จึงทำให้มอง superman เป็นคนที่มีกำลังมาก เป็นฮีโร่ แต่แนวคิดของนิชเฌอไม่ได้มองอย่างนั้น เขามองเป็นอภิมนุษย์ทางความคิด เป็นคนธรรมดาที่ฝึกฝนตน ไม่ใช่พวกมีอภินิหาร มนุษย์ต้องเป็นมนุษย์เหมือนกัน humanity ส่วนที่แสดงความแตกต่างของมนุษย์คือ ปัญญาคิด เมื่อใดเราเอากายภาพของร่างกายมนุษย์ หรือ ปาฎิหาริย์เข้ามา พวกมนต์วิเศษ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่ามนุษย์มีการแบ่งระดับ แบ่งเกรด

นิชเฌออยู่เยอรมัน เรื่องพ่อมดหมอผีเยอะ พวกศาสนาเซลติก (Celtic religion) เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก กลุ่มนี้เชื่อว่า มี spirit มีอยู่ในธรรมชาติ ในสรรพสิ่ง เช่นเดียวกับพวกกรีกโรมัน แต่สิ่งเหล่านี้บางอย่างถูกสร้างให้มีพลังพิเศษในตัวเอง มีความเป็น totem อยู่ในตัวเอง เช่น ที่ปรากฎในหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์  แนวคิดนี้ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ แต่ในกระบวนการมันทำให้คนนึกไปถึงพ่อมดแม่มด ซึ่งปรากฎในการ์ตูนต่างๆ ก็เป็นพ่อมดแม่มดในเซลติก พวกนี้สืบทอดคัมภีร์โบราณต่างๆ ในศาสนาเซลติก ผู้หญิงเป็นใหญ่ ดังนั้น ในยุคกลางจึงเกิดการล่าแม่มด เป็นหลัก  การอยากให้คนเชื่อในศาสนาตนก็คือ ฆ่าคนไม่เชื่อเสีย ซึ่งง่ายกว่า มันเป็นบริบทในประวัติศาสตร์ เวลาอ่านย้อนหลัง จะต้องรู้ทรรศนะของผู้แต่งที่ซ่อนอยู่ด้วย คนอ่านจะเชื่อถ้ามันสอดคล้องกับทรรศนะของเรา แต่ถ้าเรามีความรอบรู้เราก็จะคิดอย่างรอบคอบ อ่าน between the line เราจะอ่านเบื้องหลังของเรื่องได้ มีอะไร เช่น ตำนาน นิทานพื้นบ้าน พวกนี้มีความเกินจริง ความเกินจริงเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจ เวลามนุษย์มีความรู้สึกเหงา เศร้า ซึม ความเกินจริงจะเป็นการรดน้ำลงในใจทำให้มีชีวิตชีวา คนรุ่นใหม่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ชีวิตก็จะเหี่ยวแห้ง ทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

บางอย่างการสืบค้นข้อเท็จจริง fact มันไม่มีประโยชน์ เพราะว่า บางทีข้อเท็จจริงอาจทำลายสุนทรียภาพได้ ถ้าสรรพสิ่งเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด โลกก็จะแข็งกระด้าง แต่ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งจำเป็น เหมือนอากาศ มันต้องมี แต่ไม่จำเป็นต้องเห็นเด่นชัด คนวางใจอยู่บนข้อเท็จจริง พอวันหนึ่งข้อเท็จจริงที่เคยเชื่อถูกล้มล้าง เราก็จะเอาใจไปวางบนอีกข้อเท็จจริงหนึ่ง การที่เราวางใจในสิ่งใด มันทำให้เราเกิดความมั่นใจ เราเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นตามข้อเท็จจริงที่เราวางใจ เป็นเพียงความเป็นไปได้ ดังที่เราเชื่อในข้อเชื่อศาสนา ถ้าไม่เชื่อก็จะมั่นใจได้อย่างไร เช่น ศาสนาพุทธต้องเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีอยู่จริง ศาสนาคริสต์เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง ถ้าไม่เชื่อก็จะไม่มั่นใจ

ความดีไม่มีแบบ เพราะถ้าแยกแบบจะมีแบบเต็มไปหมด แต่ปัญหาสำคัญจริงๆ คือ อะไรเรียกว่าดี มนุษย์มีปัญหาเพราะเรามีความไม่แน่ใจในความดี มันมีความคลุมเครือ มนุษย์จะแบ่งรับแบ่งสู้ กลายเป็นเราอยู่บน dilemma เราจะทำดีเป็นครั้งๆ ไป ไม่ได้ทำดีเป็นนิสัย มนุษย์ในยุคโบราณถึงยุคกลางไม่เคยมีปัญหาเรื่องอะไรคือดี สิ่งที่บอกว่าดีคือดี เมื่อเชื่อมั่นก็มุ่งที่จะทำ ทุ่มเทเต็มที่ แต่การทุ่มทำไปเลยมันไม่ดี มันเลยเปิดช่องให้คนล่อลวงหาโอกาสได้ ถูกหลอกให้ทำได้เพราะมีคนไม่ดีด้วย

แต่ปัญหาจริงๆ คือ เราตัดสินความดีอย่างไร เรื่องนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร อะไรคือขอบของความดี คนเรียนศาสนาทุกคนรู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี แต่เราไม่รู้อะไรที่มันก้ำกึ่งๆ เราไปเรียนเกณฑ์จริยศาสตร์เพื่อจะเอามาตัดสินสิ่งที่ก้ำกึ่ง เรารู้เกณฑ์ แต่พอถึงเวลาใช้จริง เราก็ยังลังเล และใช้หลายเกณฑ์ทับซ้อนกันไปมา

บริบทในการนับถือศาสนาทุกวันนี้ เราจึงทำดีตามโอกาส เพราะเราไม่มั่นใจว่าอะไรดี เราจึงแบ่งรับแบ่งสู้ว่าอะไรดี ก็ค่อยทำ ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ทำ เรานับถือศาสนาตามโอกาส พอมีอะไรมาทำให้ไม่แน่ใจ เราก็จะแบ่งรับแบ่งสู้ เราอยู่ในโลกที่สิ่งแวดล้อมคือ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่มนุษย์ใช้สัญชาตญาณเป็นตัวเริ่มต้น ใช้เรียนรู้เป็นตัวเพิ่มเติม   เมื่อเราใช้ความรู้เราจะเกิดทิฏฐิในความรู้ เราไม่ได้ใช้ความรู้ตัดสิน แต่ใช้ความรู้ ประสบการณ์มาใช้ในการพยากรณ์

การเรียนศาสนศึกษาก็เพื่อให้เราเป็นกลาง หากเราไม่ใส่ความเป็นกลาง เราก็จะใช้ความรู้ตามความเคยชิน ไปทำการพยากรณ์ ใช้มากๆ ก็จะเกิดความหลง มันเป็นความหลงบนความฉลาด

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s