วัฒนธรรมกำยาน (7)

การจุดธูปหอมของจีน  

ในดินแดนจีน มีการสืบทอดอารยธรรมกำยาน โดยดัดแปลงไปสู่การใช้ธูปหอม  เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวจีนในการประกอบพิธีกรรม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชา ไม่ว่าจะเป็นลัทธิบูชาบรรพบุรุษ ลัทธิเทพศักดิ์สิทธิ์ ลัทธิเต๋า ลัทธิบูชาเทพเจ้าในลัทธิศาสนาต่างๆ ตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบัน

ประการแรก ก็คือ การจุดธูป เพื่อเริ่มต้นพิธีกรรมบวงสรวง โดยอาศัยควันธูปที่ลอยขึ้นไปที่สูง เป็นสื่อบอกกล่าวสิ่งที่เคารพนับถือ กลิ่นหอมจากกำยานและเครื่องเทศที่ใช้ทำธูปหอม  ต่อมาได้พัฒนาการไปตามพิธีกรรม และการนำไปใช้สอยด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกลิ่นในวิถีการใช้ชีวิต เช่น กำยานที่จุดในเตาโลหะประจำห้องต่างๆ ภายในบ้านพัก  เรียกว่า จิ้นเซียง (进香 Jìnxiāng)  มีความหมายตรงตัวว่า “เข้าธูป” ใช้ในความหมายว่า “ขึ้นธูป” คือ เป็นการจุดธูป เพื่อประกอบพิธีกรรมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นคำที่ใช้มาตั้งแต่กำเนิดธูป ในปัจจุบันมีการใช้คำว่า เซาเซียง ( Shāoxiāng) แปลว่า เผาธูป ก็คือ การจุดธูปด้วยไฟนั่นเอง
ความเป็นมาของ “การขึ้นธูป” นั้นมีประวัติความเป็นมาเริ่มต้นจาก โจวเหวินหวัง  บรรพชนแห่งราชวงศ์โจว บิดาของโจวอู่หวัง กษัตริย์ผู้สถาปนาราชวงศ์โจว โดยอ้างว่า การขึ้นธูป มีความเป็นมาเริ่มต้นตั้งแต่ราชวงศ์โจว (1045-256 ก่อนคริสตศักราช) ชาวโจวใช้ ควัน (เอียน“烟”) เพื่อสักการะฟ้า 祭天 หรือ เรียกว่า พิธีบวงสรวงควัน” (烟祀“เอียนสื้อ) ดังปรากฏอยู่ในบันทึก โจวหลี่ ต้าจงป๋อ

ดังนั้น ถือได้ว่าวัฒนธรรมสืบเนื่องจากธูปหอมของจีนมีประวัติศาสตร์มายาวนาน ตั้งแต่ปลายยุคสมัยราชวงศ์ซาง  วัฒนธรรมธูปหอมยุคโบราณก่อนจะเป็นธูปหอม เริ่มจากที่ราบลุ่มตอนกลางแม่น้ำเว่ยสุ่ย อันเป็นที่อยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มหนึ่ง อยู่รวมกันลักษณะเป็นตระกูลแซ่จี  ตามตำนานปรัมปรา เล่าสืบมาว่า เป็นลูกหลานของหวงตี้ ต้นตระกูลของชนเผ่านี้ คือ ฉี้ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากโอรสรุ่นที่สามต่อจากหวงตี้

ฉี้ ตั้งถิ่นฐานในดินแดนไถ (หวู่กงเสี้ยน มณฑลส่านซี) มีแผ่นดินแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ และพัฒนาการเพาะปลูก ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้นำเผ่าที่มีความรู้ด้านการเกษตร ได้รับการยกย่องเป็น เทพเจ้าแห่งการเกษตร ลูกหลานของฉี้ ก็อาศัยทำมาหากินสืบต่อกันมาจากกงหลิว นับสิบชั่วคน จนมาถึงรุ่นผู้นำเผ่า กู่กงต่านฟู   แต่ถูกชนเผ่าหรง และ ชนเผ่าตี้ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือรุกราน กู่กงต่านฟูจึงนำพวกพ้องอพยพมาอยู่ที่เชิงเขาฉีซาน (ฉีซานเสี้ยน มณฑลส่านซี) ที่ถิ่นฐานใหม่นี้ พวกเขาได้เติบโตขยายชุมชน จากถ้ำที่อาศัย เป็นหมู่บ้าน สร้างบ้านแปลงเมือง มีกำแพงดินอัดล้อมรอบ มีเขตการปกครองที่เรียกว่า อี้ ปกครองโดยขุนนาง มีกองทัพที่เข้มแข็ง เริ่มมีบทบาทสำคัญมีฐานะระดับรัฐ ที่ราชสำนักราชวงศ์ซางไม่อาจมองข้าม ความสัมพันธ์ทางการทูตได้ถูกริเริ่มขึ้น

โจวหวางจี้  ได้สืบทอดอำนาจต่อจากกู่กงต่านฟู ยกทัพไปทำศึกกับพวกชนเผ่าหรง และ ตี้ จนได้ชัยชนะ จับข้าศึกเป็นเชลยได้มากมาย ราชสำนักซางผูกไมตรีด้วย ยกหญิงสาวชาวซางให้เป็นภรรยา แต่งตั้งให้เป็นขุนนางดูแลกิจการปศุสัตว์ ในฐานะเจ้านครรัฐโจว ที่เป็นเมืองขึ้นของราชสำนักซาง โ

อรสของจี้ลี่ พระนามว่า ชาง ครองราชย์ต่อจาก จี้ลี่ พระนามว่าโจวเหวินหวาง แห่งรัฐโจว พระองค์ได้ขยายอำนาจออกไปกว้างไกลมากขึ้น โดยรวบรวมชนเผ่าอื่น เป็นพันธมิตร แล้วยกทัพไปตีชนเผ่าฉง ที่เป็นพันธมิตรของราชสำนักซาง จนได้ชัยชนะ จึงย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเฟิงอี้ อยู่ด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำเฟิง มณฑลส่านซี เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการสถาปนาราชวงศ์โจว ยาวนาน 800 ปี

เมื่อสิ้นสุดราชวงศ์โจว คงเหลือเป็นรัฐฉู่ ในยุคชุนชิวและสงครามรณรัฐ วัตถุโบราณอักษรกระดองเต่า หรือภาชนะสัมฤทธิ์ อันเป็นอารยธรรมตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาง และ โจว ที่ขุดค้นพบ มีข้อความเกี่ยวกับ การทำพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของโจวเหวินหวัง พวกเขายึดถือว่าบรรพชนผู้ให้กำเนิดชนชาติ คือ เทพไฟจู่หรง

พิธีบวงสรวงของพวกเขา เริ่มต้นจากการก่อกองไฟด้วยไม้ฟืน เพื่อทำพิธีบวงสรวงเทพไฟจู่หรง โดยถือเอาควันจากกองเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นสื่อในการแสดงความเคารพนับถือ การใช้ไม้ฟืนสำหรับก่อกองไฟสร้างควัน เพื่อบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นต้นแบบ ของพิธีกรรม ได้ถูกนำมาใช้สืบเนื่องต่อมา พร้อม ๆกับพัฒนาการที่ตามมาควบคู่กัน ยังมีปรากฏอยู่ในยุคชุนชิว แต่การบวงสรวงได้เพิ่มเครื่องสักการะโดยมีการต้มสุรา ช่างจิ่ว  จนเกิดควันที่มีกลิ่นหอมของสุรา และยังมีการใช้ เซียงเฮา  (โกฐจุฬาลัมพา หรือ โกศจุฬาลัมพาจีน) ที่มีกลิ่นฉุนแรงจัด นำมาเผาไฟ เพื่อสร้างควันไฟที่มีกลิ่น เป็นต้นกำเนิดของการผลิตกำยานที่มีกลิ่นหอมฉุน วัฒนธรรมกำยานและธูปหอมได้เข้าสู่ยุคเจริญเติบโตเป็นที่นิยม ในราชวงศ์ฮั่น และเพียบพร้อมสมบูรณ์ในยุคราชวงศ์ถัง จนมาสู่ยุคทองของการสักการบูชาโดยธูปหอมในยุคราชวงศ์ซ่ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s