Blue

สี blue เริ่มจากฟ้าไปจนถึงน้ำเงิน เขียวเข้มจนเกือบดำ

ผู้ที่ชอบสีน้ำเงินหรือเวลาจับจ้องสิ่งใดมักใช้สีน้ำเงินเป็นที่หมายของสายตาอยู่บ่อยครั้ง

คนๆ นั้นจะมีพื้นฐานคือ ผู้มีปัญญา รู้รอบกฎระเบียบ สื่อสารสิ่งที่คิดได้ เชื่อใจ ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ เงียบขรึม รักงานที่ทำ คิดอะไรมีตรรกะ จนบางครั้งไร้อารมณ์ แม้จะดูใจเย็นจนดูเหมือนเย็นชาแต่ข้างในค่อนข้างใจอ่อน สะท้อนความคิดและโต้กลับอารมณ์ได้ทันทีทันใด ดุและเจ้าระเบียบ โดยส่วนตัวรักสงบชอบอยู่เงียบๆ จนถึงอาจชอบการปลีกตัวจากสังคม และไม่เป็นมิตรกับใครง่ายๆ

สีฟ้าเน้นการคิดที่ชัดเจน กระจ่าง ไม่ชอบคิดครึ่งๆ กลางๆ และเวลาทำอะไรจะค่อยๆ ทำตามกฎเกณฑ์หรือหลักการอย่างใจเย็น บังคับให้คนอื่นทำตามด้วย แต่สีฟ้าอ่อนลงก็จะชอบที่จะคิดลัดกฎอยู่บ่อยๆ อย่างไรก็ตาม สีฟ้าก็จะมีลักษณะที่ทำให้คนอื่นๆ เกรงใจ ไม่กล้าเข้าใกล้ได้

สีฟ้าอ่อนก็เหมือนท้องฟ้า มีเมฆลอยไปลอยมา เขาย่อมไม่ชอบอยู่ในกฎ ในเกณฑ์ ไม่ชอบให้ใครมาตีกรอบ มากำกับควบคุม ถ้าคุณสั่งงานเขา เดี่ยวเขาทำเอง และเสร็จทันกำหนดอย่างแน่นอน ไม่ต้องไปห่วงเขา หากถูกตาม ถูกตรวจสอบ จะยิ่งไม่ทำ ยิ่งทำล่าช้า

สีฟ้าเข้ม ยึดมั่นในกฎ เป็นคนชอบออกกฎ พูดอะไรก็เป็นกฎ เป็นเกณฑ์ เป็นเหตุเป็นผล เจ้าหลักการ แต่ถึงคราต้องตัดสินใจก็จะอืดอาจล่าช้า เพราะต้องทวนกฎเกณฑ์ต่างๆ มากกมาย

สีน้ำเงินเข้ม มีความภาคภูมิใจในภูมิรู้ เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของตนเอง นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว มักมีสายตาดี ตำหนิคนอื่นได้ทุกเรื่อง แต่พอถึงคราวของตนเองก็มีปัญหาไม่ต่างจากคนอื่น เป็นคนแสดงอารมณ์ไม่เก่ง ติดจะนิ่งเฉยจนอาจดูเฉื่อยชาในบางเรื่องทีเดียว

คนสีเขียวเข้ม มีอารมณ์อยากพัฒนา อยากผลักดันสิ่งต่างๆ จึงมักจะเสนอแนะคนนั้นคนนี้ให้ทำสิ่งต่างๆ แต่เขาไม่ลงมือทำ อาจสนับสนุนในระดับหนึ่งแต่ไม่ลงเต็มตัว เพราะเก่งคิด แต่ไม่เก่งปฏิบัติ

นิสัยประจำสีฟ้า “รู้กฎไว้แหกกฎ”

 

I Thou It

มนุษย์มีความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ในฐานะที่ตนเองเป็น I เมื่อทำให้ตนเองเป็นจุดศูนย์กลางหรือ I-centered แล้ว มนุษย์จะสนใจตนเองเป็นหลัก ก่อให้เกิดอัตตา ego ที่จะทำทุกอย่างตามความต้องการของตน หากแต่ในขณะเดียวกันมนุษย์ก็พยายามเข้าใจสิ่งภายนอกตนเอง สิ่งอื่น (the Other) โดยปัญญาของมนุษย์จำแนกออกเป็น 2 กลุ่มคือ

  1. Thou อ่านว่า ดาว แปลว่า สิ่งที่อื่นที่มีปัญญา อาจเป็นมนุษย์ด้วยกัน สัตว์ (หากมองว่ามีปัญญา) เทพ จิตวิญญาณ เป็นต้น
  2. It แปลว่า มัน หมายถึงสิ่งอื่นที่ไม่มีปัญญา เช่น มนุษย์ด้วยกัน (โง่กว่า) สัตว์และพืช ก้อนหิน สิ่งมีชีวิตระดับต่ำและสิ่งไร้ชีวิต

ด้วยความสัมพันธ์นี้ มนุษย์จะกำหนดพฤติกรรม นิสัย ความประพฤติต่อสิ่งเหล่านั้น ตามลำดับความเข้าใจและระเบียบการคิดของตนเอง การอบรมให้ความรู้จะทำให้มนุษย์มีท่าที (manner) ที่เหมาะสมตามกาละเทศะได้

how-great-thou-art

ศาสนศึกษา: ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ โลก และสวรรค์

การเรียนศาสนศึกษาก็เพื่อค้นพบปัญหา/คำถามในสังคมที่เกี่ยวเนื่อง/ได้รับอิทธิพล/ด้วยศาสนาที่มีในอดีตจนถึงปัจจุบันและมีผลต่อระบบความคิดต่างๆ

Continue reading “ศาสนศึกษา: ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ โลก และสวรรค์”